Tan's profileเรื่องเล่าการเดินทางPhotosBlogListsMore Tools Help

เรื่องเล่าการเดินทาง

Photo 1 of 498
No list items have been added yet.

Tan Deejai

Interests
September 02

เที่ยวเหมืองสมศักดิ์

 

             อไม่ได้เที่ยวสักพักก็เริ่มคิดแล้วว่าจะไปเที่ยวไหนต่อ เข้าไปดูใน Web ก็เห็นว่ามีหลายที่เลยที่ยังไม่ได้ไป แต่ตัดสินใจไม่ได้ซ้ากกะทีว่าจะไปไหนก่อน สตางค์ก็ไม่ค่อยมีกะเขาซะด้วย นั่งคิดไปคิดมาก็นึกถึงรายการคนค้นคน ซึ่งในตอนนั้นเป็นตอนที่เล่าเกี่ยวกับป้าเกลนแห่งเหมืองสมศักดิ์ ...น่าสนใจแฮะ.....เลยรีบกด โทรศัพท์หมายเลข 8128 8149 หาเจ้าขวัญกับเจ้าโอ๋ทันที....." ขวัญ / โอ๋ไปเที่ยวบ้านป้าเกลนกันมั๊ย" โดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ขวัญกับโอ๋ก็สนองตอบเจตนารมณ์ของเราทันที  "ได้เลย....เมื่อไหร่พี่" หลังจากรวบรวมพลพรรคแล้ว วันที่ 19 สิงหาคม-20 สิงหาคม ก็ถูกกำหนดให้เป็นวันเริ่มการผจญภัยสู่เหมืองสมศักดิ์ของพวกเราทันที

        นัดกันเวลาเจ็ดโมงเช้าที่ All Season แต่เราต้องตื่นตีห้าครึ่ง เพราะรถตู้จะมารับเราก่อนคนอื่นตอนหกโมงครึ่ง  ผู้ร่วมเดินทางทริปนี้มีทั้งหมดแปดชีวิตด้วยกัน คนแรกคือขวัญ(นักเดินทางผู้ไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย) คนที่สองแหวว(เพื่อนขวัญ) คนที่สามไอ้ ปุ๊ก (หมอนวดประจำตัวของหมู่เฮา)  คนที่สี่ จ้อน(นักรักขำๆของพวกเรา มันชอบจีบหญิงแบบขำๆ จนบางครั้งเกือบขำไม่ออก) งานนี้จ้อนมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนมากถึงมากที่สุด คือยอมจ่ายเงินสองพันกว่าๆเพื่อมากินขนมเค้กฝีมือป้าเกลนโดยไม่สนขนมเค้กของคุณดาวคอฟฟี่บีนเลย อีกอย่างเที่ยวนี้จ้อนก็พยายามลดดีกรีแฟชั่นเด็กหยามลงไปเยอะ....เออลดๆลงบ้างเถอะน้อง......คนที่ห้านิน(เพื่อนจ้อน รายนี้ก็มาพร้อมกับมาดของหนุ่มธนาคารเลยทีเดียว..... คราวนี้นินคงรู้แล้วว่าไม่น่าหลงมาเที่ยวกับพวกนี้เล้ยพับผ่า)   คนที่หก.. ไอ้โอ๋ (สาวหวาน&โรแมนติก......มันช่างตรงข้ามกับบุคลิกที่เห็นจิงๆเลยน้องเอ้ย)....  คนที่เจ็ดแนน (สาวสวยที่หุ่นดีที่สุดในกลุ่ม......แต่ขอบอกว่ามันโหดมากกกกกก.......) คนสุดท้ายก็คือตัวข้าพเจ้าเอง ไปเที่ยวครั้งนี้พวกเรารู้สึกแปลกๆเพราะไม่มีพี่หน่องกับพี่นอมไปด้วยสเบียงก็เลยไม่มี ถึงขาดแคลน......คราวหน้าห้ามเบี้ยวนะพี่ ....น้องๆหิวโหยและคิดถึง.....ฮ่าๆๆๆๆ

          ไปถึงทองผาภูมิก็ปาเข้าไปสิบโมงกว่าๆ ระหว่างทางฝนดันตกอีกต่างหาก เลยทำให้การเดินทางของพวกเราช้าเข้าไปอีก ถ้าฝนตกอย่างนี้ทั้งสองวันก็เรียบร้อยโรงเรียนจีน แต่เอาวะ....ไหนๆก็มาแล้ว....ลุยกันเลย ยังไงมันต้องสนุกและอาหย่อยแน่ๆ

          ขอบอกว่าก่อนที่จะตัดสินใจมาที่นี่ก็อ่านหนังสือ เข้า Web ต่างๆมาเยอะแยะ แต่ไม่เคยรู้และคิดเลยซ้กนิดว่าทาง...มันจะโค ตะ ระ ไกลเลย.....ป้ายก่อนสุดท้ายบอกพวกเราว่าอีก 20 กม.จะถึงสถานีตำรวจปิล้อกที่ๆเรานัดหมายกับคนของป้าเกลน เรานัดเอาไว้เวลาประมาณเที่ยง แต่เที่ยงแล้วพวกเรายังกระดืบๆอยู่ระหว่างทางอยู่เลย  บางทีก็นึกเบื่อที่จะนั่งรถนานๆ แต่มันมาสนุกก็ไอ้ตอนที่ได้แซวไอ้จ้อนนักรักขำๆของพวกเรานี่แหละ .... มันช่างเป็นคนที่มีพรสวรรค์จริง จิ้ง......จ้อนมันสามารถทำให้พี่ๆน้องๆ และเพื่อนๆ หัวเราะ และอ้วกไปกับเรื่องราวความรักของมันผ่านโลกของอินเตอร์เนตได้อย่างมืออาชีพที่เดียว คราวนี้ขอบอกว่าเป็นเรื่องราวความรักของไอ้จ้อนกับน้องพลอยซึ่งคุยกันได้ประมาณสองอาทิตย์ แต่ความหวานของน้องจ้อนมันหวานเกินพิกัดเหมือนกับคบกับน้องพลอยมาแล้วซ้าก 2 ปี เพื่อนๆในรถต่างก็พากันสำลักความหวานของจ้อนไปคนละหลายกระโถน.......จนกลิ่นคลุ้งรถไปหมด.........ถ้าต้องเล่าเรื่องการเดินทางแห่งความรักของจ้อนหรือน้องขจรของเราสิบหน้ากระดาษ A4 ก็ยังไม่หมด.......เฮ้อ

          ราวๆบ่ายโมงเรามาถึงสถานีตำรวจปิล้อกที่ๆเรามีนัดไว้กับคนของป้าเกลน.... . ที่สถานีตำรวจปิล้อกเราเจอกับคุณลุง.... (...ลืมถามชื่อ) อัธยาศัยลุงแกดีมาก เข้ามาต้อนรับแถมแกยังยกมือขึ้นไหว้พวกเราก่อนจนพวกเราไหว้ตอบแกแทบไม่ทัน (แต่สุดท้ายก็ไหว้ทันในที่สุด.....แฮ่ๆ) อ้อ...เกือบลืมเล่าไปว่าพร้อมๆกับเวลาที่พวกเรามาถึงมีอีกกรุ๊ปนึงมาถึงเหมือนกัน เราเรียกกรุ๊ปนี้ว่ากรุ๊ปสองพันปี เพราะสิริอายุรวมกันแล้วน่าจะเกือบสองพันปี แต่กำลังใจของทีมนี้นับว่าเกินร้อยจริงๆ เพราะพอมาถึงกรุ๊ปนี้ก็ไปเที่ยวน้ำตกจ้อกกะดิ่งเลย ลุงๆป้าๆแกเลือกจะกินข้าวกล่อง แต่กรุ๊ปของพวกเราต้องเข้าไปหม่ำที่บ้านป้าเกลนแล้วค่อยคิดถึงเรื่องไปเที่ยว เพราะพวกเราทุกคนถือคติว่ากองทัพเดินได้ด้วยท้อง

          ประมาณบ่ายสองกว่าเราก็เริ่มเดินทางเข้าเหมือง และเหมือนไอ้จ้อนมันจะรู้ว่าหนทางที่จะเจอข้างหน้าจะเป็นยังไง มันรีบขึ้นรถเป็นคนแรกเลยเพราะด้านหน้าของรถจะมีที่เกาะและดูปลอดภัยที่สุด พวกเราถามคนขับว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะถึง คุณลุงตอบว่าประมาณครึ่งชั่วโมง.....เออก็ไม่นานเท่าไหร่แฮะ.... ตอนแรกดูในรูปก็ไม่คิดว่าทางมันจะแสนโหดขนาดนี้ แต่ในความจริงแล้ว...แม่เจ้าโว้ย...มันโค ตะ ระ โหด อีกแล้ว ลำไส้มันต้องทำงานหนักมาก ในตอนนั้นคิดว่ากลับไปนี้ถ้าต้องไปตรวจร่างกายประจำปี คุณหมอคงบอกว่าอวัยะวะ มันสลับที่กันหมดแล้ว ไอ้จ้อนของเรามันก็นั่งเกร็งจนเราเองก็อดจะเป็นห่วงมันไม่ได้ จ้อนนี่มันดีอยู่อย่างนึงถึงมันจะกลัวยังไงมันก็ยังยิ้มได้ ระหว่างที่เดินทางก็มีฝนตกเป็นระยะแต่ไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ แต่ไอ้ความสวยของธรรมชาตินี่น่ะซี้มันสวยอย่างแรงเลยที่เดียว ต้นไม้เขียวขจี หมอกก็สวยเหมือนในฝันเลย นั่งดื่มด่ำกับความงามของขุนเขา ก็เหลือบมาดูนาฬิกาของคนอื่น(ของตัวเองไม่มี)  มันบอกว่าเกือบสามโมงเย็นแล้ว   เฮ้ยนี่มันเกือบชั่วโมงแล้วนี่หว่า....มิน่าล่ะท้องมันถึงร้อง ไหนลุงบอกว่าประมาณครึ่งชั่วโมงไง ...... หลอกกันนี่นา.....

       สามโมงเย็นกว่าๆเราก็มาถึงเหมืองสมศักดิ์ ป้าเกลนออกมาต้อนรับเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับน้องดาร์ลิ่ง น้องหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา ตากลมมากๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นหลานของป้า เพราะดูหน้าน้องแล้วมีส่วนคล้ายป้า แต่พวกเราเข้าใจผิดถนัด ที่จริงน้องดาร์ลิ่งเป็นลูกของหนึ่งครอบครัวจากห้าครอบครัวที่ป้าเกลนเลี้ยงเอาไว้ และพอเห็นหน้าพ่อของน้องดาร์ลิ่งก็ถึงบางอ้อทันทีว่าที่น้องหน้าตาน่ารักอย่างนี้เพราะมีต้นแแบบดีนี่เอง

          ถ้าพูดถึงป้าเกลนแล้วแกก็นับว่าเป็นคนต่างชาติที่พูดภาษาไทยได้ดีแต่อาจจะไม่ค่อยชัดนัก ทุกๆครั้งที่ป้าพูดจะมีคำลงท้ายว่านะคะนะตลอด แต่ก็ดูน่ารักดี ป้าเกลนเชิญชวนให้พวกเรากินอาหารเที่ยง พวกเราก็เดินรี่เข้าไปนั่งประจำที่ทันทีเพราะในวินาทีนั้นพวกเราสามารถกินช้างกันได้แล้ว พอเห็นอาหารที่ป้าเตรียมไว้ให้ก็รู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง แล้วยิ่งได้ชิมรส ต้องบอกว่าคุ้มยิ่งกว่าแฟลตปลาทองอีกนะจะบอกให้.....

          ในระหว่างกินข้าวเที่ยงป้าก็มาคุยด้วยพร้อมกับแนะนำเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวในระแวกเหมือง แต่พอป้าเล่าให้ฟังเรื่องลูกชายคนเดียวของป้า เจ้าแนนมันรีบขอสมัครเป็นลูกสะใภ้ป้าทันที (ไอ้แนนมันอาศัยทีเผลอ......)  จากนั้นเราก็ได้เจอกับพี่ชาลี  พี่ชาลีทำงานกับป้ามาตั้งสามสิบกว่าปีแล้ว พี่ชาลีเดินมาบอกว่าหลังจากกินข้าวเสร็จจะพาพวกเราไปเที่ยวน้ำตกผาแดง เราก็ตอบรับทันทีเพราะจะมาที่นี่ได้ก็ยาก จองก็ยาก ฉะนั้นต้องเที่ยวให้มันคุ้ม พอกินเสร็จเราก็รีบไปกินขนมเค้กโฮมเมดฝีมือของป้าเกลน ทุกคนกินคนละหมุบคนละหมับจนขนมเค้กของป้าหายไปเยอะพอสมควร แต่ยังไม่ทันกินเสร็จฝนดันตกลงมาอีกห่าใหญ่เ แถมไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเอาซะเลย ป้าเกลนเลยหาไพ่มาให้เล่นรอไปพลางๆ เราเลือกที่จะเล่นไพ่สลาฟกัน เล่นกันจนเกือบหกโมงเย็น แต่ฝนก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะหยุดตก สรุปแล้ววันแรกของการเดินทางหมดไปกับการเดินทางกับการกิน (สมใจไอ้จ้อนนักรักขำๆมัน)

         ถ้าพูดถึงที่พักก็ต้องบอกว่าดูน่ารักดี ห้องน้ำน่ารัก แถมมีที่ทำน้ำอุ่นอีกตั้งหาก พวกเราได้ที่พักทั้งหมดสี่ห้อง นอนได้ห้องละสองคน จริงๆแล้วมื้อเย็นป้าเกลนกะว่าจะทำบาร์บิคิวปาร็ตี้ให้ที่ที่พวกเราพักแต่ฝนดันมาตกเสียก่อน ในใจก็คิดว่าพระพิรุณท่านคงจะมีอาการเหมือนพวกเราเวลาได้ยินไอ้จ้อนมันพูดโทรศัพท์กับน้องพลอย ท่านเลยโปรยฝนลงมาไม่ยอมหยุด  เราเลยต้องไปกินบาร์บิคิวที่บ้านป้าเกลนแทน แม้ว่าจะไม่ได้บรรยากาศดิบๆแบบบาร์บิคิวปาร์ตี้ แต่บาร์บิคิวของป้าก็อาหร่อยเหลือเกิน ป้าไม่ทำให้พวกเราผิดหวังเลย

         หลังจากอิ่มหมีพลีมันกันเรียบร้อยแล้วก็พากันกลับที่พัก นั่งร้องรำทำเพลงกันไป งวดนี้นินเพื่อนจ้อนพกกีตาร์คู่ใจไปด้วย ไอ้ปุ๊กมันตั้งฉายาให้นินว่า "สิงห์กีตาร์คีย์เดียว" (จริงๆแล้วนินมันก็เล่นได้หลายคีย์อยู่ แต่เราแซวกันแบบขำๆ)..... เออ...เกือบลืมไปสำหรับเรื่องนิน นินมาเที่ยวกับพวกเราครั้งนี้เป็นครั้งแรกและคงต้องจดจำไปตลอดชีวิต เพราะนินถูกพวกเรานำมาจับคู่กับบรรดาสาวโสดในกลุ่มอย่างสนุกสนาน ไอ้โอ๋เป็นตัวหลักที่สมยอม (หรือไม่สมยอมวะ) ให้พวกเรานำมาแซวได้ แซวกันไปแซวกันมา บรรดาสาวโฉดทั้งหลายก็แย่งกัน "ทิ้ง" นินไปหมด สรุปแล้วมันไม่เวิอร์ค พอประมาณห้าทุ่มพวกเราก็เลยเข้านอนเพราะพรุ่งนี้จะได้รีบตื่น อ้อ....ก่อนเข้านอน.....ไอ้จ้อนอีกนั่นแหละที่รีบบอกจุดยืนของมันว่า พรุ่งนี้เหมือนเดิมนะพี่." ...พวกเราเข้าใจทันทีว่าเหมือนเดิมของจ้อนคือไม่ต้องปลุกนะพรุ่งนี้....กูไม่ไป หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกันนอน อากาศดีมากราวๆยี่สิบองศาเห็นจะได้

       วันต่อมาหลังอาหารเช้า โชคดีมากที่ฝนไม่ตก เราเลยได้ไปเที่ยวน้ำตกผาแดงซึ่งอยูให่งจากบ้านป้าเกลนประมาณ 2 กิโลเมตร โดยมีลุงคนขับและพ่อของน้องดาร์ลิ่งเดินทางไปเป็นบอดี้การ์ดด้วย ระหว่างทางไปน้ำตกก็มีให้ได้เสียวตลอด แต่ไอ้ที่เสียวที่สุดก็ตอนที่รถมันไม่มีแรงขึ้นนี่แหละ เชื่อมั๊ยไอ้ที่ตรงนั้นน่ะมันเป็นจุดที่สวยที่สุด และก็เสียวที่สุดเลย อยากจะดื่มด่ำกับบรรยากาศและถ่ายรูปก็อยาก เสียวก็เสียว เลยเข้าใจทันทีว่าไอ้ความสุขปนความทุกข์มันเป็นยังไง แต่พอถึงน้ำตกก็ต้องขอบอกว่าสวยฉิบ น้ำเยอะและแรงมาก ไอ้ขวัญ ไอ้แนน ไอ้โอ๋ และไอ้ปุ๊กมันหักหลังไม่ยอมลงเล่นน้ำทั้งที่เตรียมตัวมาแล้วซะอย่างนั้น มีเพียงสามคน นิน แหวว และตัวเราเองที่เป็นหน่วยกล้าหนาวลงเล่นน้ำตก ขอบอกว่าคุ้มมากและสนุกจริงๆ ตอนแรกเรากะว่าจะไปเที่ยวน้ำตกจ้อกกะดิ่งต่อแต่กรุ๊ปสองพันปีบอกว่าตัวทากเยอะมากที่นั่น ไอ้กลัวทากก็กลัว แต่ที่มากกว่านั้นก็คือเวลาของพวกเราไม่พอเลยกะว่าจะมาเที่ยวใหม่ตอนปลายฝนต้นหนาว

         กลับมาจากน้ำตกก็ไปเรียกจ้อนนักรักขำๆของเรามากินข้าวเที่ยงซึ่งป้าเกลนให้โบนัสแถมข้าวมื้อเที่ยงให้อีกมื้อ หลังจากนั้นเราก็มาเก็บสำภาระเตรียมตัวกลับบ้าน  เสียดายที่มีเวลาน้อยไปนิดเลยได้เที่ยวกันไม่มาก แต่ก็ถือว่าคุ้มกับเงินที่จ่ายมากๆ

         เราอำลาป้าเกลนกับพี่ชาลีเพื่อเดินทางกลับ พี่ชาลีชวนให้มาเที่ยวใหม่และรับปากว่าจะลดราคาให้บ้าง เราก็ดีใจตอบรับน้ำใจทันทีทั้งๆ ที่ในใจคิดว่าราคาที่ได้มันก็สมควรและเหมาะสมแล้ว  ออกมาจากเหมืองสมศักดิ์แล้ว ลุงคนขับได้พาไปเที่ยวชายแดนไทย-พม่า และหมู่บ้านอีต่อง น่าเสียดายที่เมฆฝนมันมีมากเกินไปเลยมองไม่เห็นทะเลพม่า แต่บรรยากาศมันเหมืองเมืองในหมอกแม่ฮ่องสอนจริงๆ

         ออกจากบ้านป้าเกลนได้ ไอ้จ้อนนักรักขำๆของพวกเราก็รีบโทรหาน้องพลอยรายงานตัวทันที พวกเราจึงต้องนั่งฟังสำนวนจีบสาวแบบขำจริงๆของจ้อนเป็นระยะๆ จนถึงกรุงเทพฯ .......... เฮ้อในที่สุดก็ต้องมาจบเรืองเล่าที่น้องจ้อนนักรักขำๆของเราตามเคย มันจะขำไปได้อีกนานมั๊ยเนี่ย.......อยากจะรู้จริงๆพ่อคุณเอ๊ย